ความเป็นมา
                                  

                                             ปลายปี พ.ศ.๒๕๓๔ จำนวนแพทย์ในภาครัฐ "ลดน้อยลง" จนถึงขั้น                                              ขาดแคลน เป็นการขาดปคลนที่รวดเร็วกว่าที่เคยคาดหมายไว้
                                             นอกจากนี้ การกระจายของแพทย์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการ
                                             ขาดแคลนแพทย์ส่งผลกระทบต่อสภาพการบริการสุขภาพของรัฐ
                                             ทำให้เกิดวิกฤตการณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค
                                             ประสบปัญหาอย่างรุนแรง ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงบริการ

สุขภาพที่มีคุณภาพได้รัฐบาลในขณะนั้น จึงมีมติให้ ทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงกลาโหม และ สำนักงบประมาณ ร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหานี้ โดยมี แนวคิดหลัก 2 ประการ
คือ     ๑. เพื่อรักษาบุคลากรแพทย์ให้อยู่ในระบราชการได้ตลอดไป
        ๒. เพื่อเพิ่มจำนวนแพทย์ในภาพรวมของประเทศ
    ทบวงมหาวิทยาลัย จึงได้เสนอ "โครงการแพทย์เพิ่มของประเทศไทย" ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยมี เป้าหมาย ดังนี้
๑. ผลิตแพทย์เพิ่มให้ได้เฉลี่ย ปีละ 350 คนซึ่งสิ้นสุดโครงการ ควรจะมีแพทย์เพิ่มประมาณ ๓,๐๖๐ คน
๒. สัดส่วนแพทย์ต่อประชากร ควรจะดีขึ้นตามลำดับ ดังนี้
พ.ศ. ๒๕๓๔ ๑ : ๔,๕๐๙
พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑ : ๓,๑๐๐
พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑ : ๒,๖๐๐
พ.ศ. ๒๕๕๔ ๑ : ๒,๐๐๐
๓. ระยะเวลาของโครงการ เริ่มตั้งแต่ ปีการศึกษา ๒๕๓๖ จนถึง ๒๕๔๔ คณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาอนุมัติโครงการฯ โดยสนับสนุนงบประมาณในส่วนของ
๑. สนับสนุน การพัฒนาการคณาจารย์
๒. สนับสนุน งบดำเนินการ
๓. สนับสนุน ด้านครุภัณฑ์
ต่อมาในสมัย (พ.ศ. ๒๕๓๖) รองศาสตราจารย์นายแพทย์บรรเทอง รัชตะปีติ ดำรงตำแหน่ง คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ดำรงตำแหน่ง อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วางแผนการผลิตแพทย์เพิ่ม ดังนี้

ปีการศึกษา ๒๕๓๖
เพิ่มจำนวน ๕๐ คน
ปีการศึกษา ๒๕๓๗ - ๒๕๔๔
เพิ่มจำนวน ๙๐ คน / ปี
" การก่อสร้าง
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างตึกใหม่ เพื่อรองรับจำนวนนิสิตแพทย์ที่เพิ่มขึ้น ดังนี้
๑. อาคารเรียนรวมและปฎิบัติการ
๒. อาคารหอพักนิสิตแพทย์
๓. อาคารโภชนาการ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับอนุมัติงบประมาณแผ่นดินประจำปี ๒๕๓๖ และได้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุ
" เซ็นสัญญา การก่อสร้างอาคารเรียนรวมและปฎิบัติการ
วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙
" สิ้นสุดสัญญา วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑
"อาคารเรียนรวมและปฎิบัติการ" ของ คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ ได้รับการออกแบบและพิจารณากันอย่างรอบคอบในสมัยของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ ดำรงตำแหน่ง คณบดี (พ.ศ.๒๕๓๖-๒๕๔๐) ซึ่งได้รวม อาคาร "โภชนาการ" เข้าไว้ด้วยกัน โดยในขั้นแรกวางแผนที่จะก่อสร้างที่บริเวณตึกพยาธิวิทยาเดิมแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะการเรียนการสอน และการปฎิบัติงานของภาควิชาพยาธิวิทยา ยังคงต้องดำเนินอยู่ตลอดเวลา หลังจากได้พิจารณาดูความเหมาะสมแล้ว จึงได้ใช้พื้นที่ว่างบริเวณหน้าตึกพยาธิวิทยาและถนนราชดำริ เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารใหม่ทั้งนี้ได้รับความเห่นชอบจากสภากาชาดไทย
วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชนุญาตเชิญอักษรพระปรมาภิไธย "อปร" มาเป็น ชื่ออาคาร เพื่อเฉลิม
พระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งได้พระราชทานกำเนิด คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักราชเลขาธิการ ได้มีหนังสือตอบ
ที่ รล ๐๐๐๓/๖๕๔๗ ลงวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙......
พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย "อปร" เป็นชื่ออาคาร ตามที่ขอพระมหากรุณา.......
" ปัญหาและอุปสรรค
ในระหว่างการก่อสร้าง ได้ประสบปัญหาอยู่เป็นระยะๆ อาทิ การก่อสร้างไม่ตรงแบบ ทั้งฐานและคานบางส่วนต้อแก้ไขเพิ่มเติมโดยเฉพาะ การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ทำให้การก่อสร้างต้องเลื่อนเวลาออกไป จึงได้มีการ ขยายเวลาการก่อสร้าง ออกไปถึง ๒ ครั้ง ด้วยเหตุผลทั้งทาง ด้านเทคนิค และ การช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้าง ตาม มติคณะรัฐมนตรี ใน "ครั้งแรก" ๑๐๖ วัน และ "ครั้งที่สอง" ๑๘๐ วัน รวมเวลาขยายการก่อสร้าง ๒๘๖ วัน
การก่อสร้างได้สำเร็จเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๒ รวมเวลาก่อสร้าง ๑,๒๙๕ วัน ในสมัย รองศาสตราจารย์นายแพทย์ปรีดา ทัศนะประดิษฐ์ ดำรงตำแหน่ง คณบดี คณแพทยศาสตร์จุฬาฯ และได้มีการจัดหาครุภัณฑ์ต่างๆ ออกแบบตกแต่งภายในจนเสร็จสมบูรณ์
" การใช้งาน
อาคาร "อปร" ได้ทยอยจัดให้เปิดใช้งานเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้
" ปีการศึกษา ๒๕๔๓ เปิดใช้งานในส่วนการเรียนการสอน เริ่มใช้งาน ห้องบรรยาย และ ห้องเรียนย่อย ส่วนที่เป็น ห้องปฎิบัติการ ได้จัดหาครุภัณฑ์เพิ่มเติม และได้เริ่มทยอยเปิดดำเนินการใน ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๓ มีภาควิชาที่ได้กำหนดไว้เริ่มทยอยเข้ามาปฎิบัติงาน ได้แก่ ภาควิชาจุลชีววิทยา , ภาควิชาพยาธิวิทยา , ภาควิชาปรสิตวิทยา , ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
" ต้นปีการศึกษา ๒๕๔๕ เปิดใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยังประโยชน์ให้แก่ คณะแพทยศาตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อย่างมหาศาลทั้งด้าน การเรียน การสอน การวิจัย และ การบริการวิชาการ
" ลักษณะทางกายภาพ
" อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง ๑๙ ชั้น
" พื้นที่อาคารรวม ๕๐,๑๑๒.๕๐ ตารางเมตร
" ชั้นใต้ดิน ๒ ชั้น
" ชั้น B๑ จอดรถได้ ๖๐ คัน
" ชั้น B๒ จอดรถได้ ๑๐๕ คัน
" ทางเข้าออกหลัก อยู่ทางด้านทิศเหนือ บริเวณมุมตึก ด้านตะวันตก
" งบประมาณก่อสร้าง ๖๖๐ ล้านบาท
" อาคารออกแบบให้ประหยัดพลังงาน โดยใช้แสงสว่างจากภายนอกให้มากที่สุด ใช้กระจกชนิด Reflective และมีระบบงานต่างๆ ตามพ.ร.บ. ควบคุมอาคารสูง โดยเฉพาะระบบป้องกันอัคคีภัย
" การพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะงานระบบและการจัดการอาคาร ได้ทำความเข้าใจกับผู้ใช้อาคารอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ผู้ใช้อาคารทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมตามระบบการพัฒนาคุณาภาพโรงพยาบาล (HA) นับตั้งแต่การจัดการเกี่ยวกับโครงสร้างกายภาพและสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ , การกำจัดของเสีย และการรักษาความปลอดภัย
" ภูมิทัศน์
ข ทิศเหนือ ตรงข้าม ตึกสุทธาสา
ข ทิศใต้ ตรงข้าม ตึกสามัคคีพยาบาล
ข ทิศตะวันออก ติด ถนนราชดำริ
ข ทิศตะวันตก ตรงข้าม ตึกพยาธิวิทยา และ วชิรญาณวงศ์
" พื้นที่ใช้สอย
" ชั้นใต้ดิน ลานจอดรถใต้ดิน ๒ ชั้น (จอดรถได้ประมาณ ๑๖๕ คัน)
" ชั้น ๑ ห้องประชุมขนาด ๕๐๐ คน
ห้องอาหารขนาดใหญ่ขนาด ๓๕๐ คน
สำนักงานจัดการอาคาร , ศูนย์ประชุมวิชาการ และ โถงอเนกประสงค์
" ชั้นลอย ห้องเรียนขนาด ๑๐๐ คน ๓ ห้อง (สามารถแบ่งย่อยได้ ๕๐ คน / ๑ ห้อง)
ห้องประชุม และ ห้องนิทรรศการ
" ชั้น ๒ ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๒๐ คน ๒๐ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๕๐ คน ๑ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๖๐ คน ๑ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๗๐ คน ๑ ห้อง
" ชั้น ๓ ห้องเรียนขนาด ๓๐๐ คน ๓ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๓๐ คน ๘ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๕๐ คน ๑ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๖๐ คน ๑ ห้อง
ห้องเรียนกลุ่มย่อยขนาด ๗๐ คน ๑ ห้อง
" ชั้น ๔ ห้องปฎิบัติการชีวเคมี และ สรีรวิทยา ขนาด ๓๐๐ คน ๑ ห้อง
" ชั้น ๕ ห้องปฎิบัติการพยาธิวิทยา และ กายวิภาคศาสตร์ ๓๐๐ คน ๑ ห้อง
" ชั้น ๖ สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ และ ชมรมคณาจารย์ คณะฯ
WELLNESS CENTER และสระน้ำเพื่อการวิจัยทางกายภาพบำบัด
" ชั้น ๗ ห้องปฎิบัติการจุลชีววิทยา และ ปรสิตวิทยา ขนาด ๓๐๐ คน
" ชั้น ๘ หน่วยคอมพิวเตอร์
ศูนย์ผลิตและพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา (CAI)
ศูนย์สารสนเทศทางการแพทย์เพื่อประชาชน (CUMIC)
" ชั้น ๑๑ ห้องปฎิบัติการรวมของคณะแพทยศาสตร์ (Central Laboratory)
ห้องปฎิบัติการโรคสมอง
ห้องปฎิบัติการฮอร์โมน
ห้องปฎิบัติการนิติพิษวิทยา
" ชั้น ๑๒ - ๑๔ ภาควิชาพยาธิวิทยา
" ชั้น ๑๔ - ๑๗ ภาควิชาจุลชีววิทยา
" ชั้น ๑๘ ภาควิชาปรสิตวิทยา
" ชั้น ๑๙ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม



อาคาร " อปร "

อาคารเรียนรวมและปฏิบัติงาน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรี สิรินธร
เสร็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด อาคาร "อปร"
ในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2546